กระบวนการทำงานโครงการวิทยาลัยทุ่งโพ
กระบวนการทำงานของโครงการวิทยาลัยทุ่งโพ ประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญ ๙ ขั้นตอน คือ
๑. การเปิดตัวโครงการ
เพื่อชี้แจงการดำเนินการโครงการให้คนในชุมชนทราบ
และร่วมกันกำหนดบทบาทใน การมีส่วนร่วมกับโครงการของคนในชุมชนว่าจะมีบทบาทและมีส่วนร่วมกับโครงการในช่วงเวลาไหน อย่างไรได้บ้าง
๒. การจัดกิจกรรมสานเสวนา จำนวน ๕ ครั้งกับ ๕ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่
๑) กลุ่มเด็กและเยาวชน
๒) กลุ่มผู้นำชุมชน และผู้นำศาสนา
๓) กลุ่มแม่บ้าน
๔) กลุ่มผู้สูงอายุ และ
๕) กลุ่มตัวแทนองค์กรชุมชน
โดยการสานเสวนาทั้ง ๕ ครั้ง
เป็นการพูดคุยเพื่อค้นหาทุนชุมชนร่วมกัน ผ่านการตอบคำถามที่ว่า “อะไรที่ทำให้บ้านแคเหนือน่าอยู่” และการค้นหาสถานการณ์ปัญหาชุมชนร่วมกัน
ผ่านการตอบคำถามที่ว่า “อะไรที่ทำให้บ้านแคเหนือไม่น่าอยู่”
๑.) การมีองค์กรศาสนาที่เข้มแข็ง โดยการมีมัสยิดมะวาย์เป็นศูนย์กลางของชุมชน
๑.) ปัญหายาเสพติด เป็นปัญหาที่สำคัญที่สุด ซึ่งเป็นตัวทำลายศักยภาพเยาวชน และบั่นทอนความเข้มแข็งของชุมชน
บรรยากาศการสานเสวนาค้นหาทุนชุมชนและสถานการณ์ปัญหาชุมชน
๓. การจัดกิจกรรมเวทีสุขภาวะบ้านแคเหนือ
เป็นกระบวนการในการคืนข้อมูลให้กับชุมชนผ่านการจัดนิทรรศการและการให้ความรู้เกี่ยวกับทุนชุมชน
และสถานการณ์ปัญหาชุมชน ซึ่งได้มาจากกิจกรรมสานเสวนาทั้ง ๕ ครั้ง
๑.) การมีองค์กรศาสนาที่เข้มแข็ง โดยการมีมัสยิดมะวาย์เป็นศูนย์กลางของชุมชน
มีโรงเรียนมะวาย์เป็นสถานศึกษาและอบรมคุณธรรม จริยธรรมแก่เยาวชนในชุมชน
มีปอเนาะทุ่งคำ เป็นสถาบันที่สั่งสอน อบรม และขัดเกลาเยาวชนให้เป็นคนดี
ดำเนินชีวิตตามหลักการศาสนา และสร้างผู้นำทางศาสนาแก่ชุมชน
๒.)
มีทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลายและอุดมสมบูรณ์
โดยการมีทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย ทั้งแหล่งน้ำ สวน ป่า และทุ่งนา มีทุ่งคำ
เป็นอู่ข้าว อู่น้ำ และฐานทรัพยากรทางธรรมชาติที่สำคัญของชุมชน
๓.) มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและมีวิถีชีวิตที่ถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น
โดยการมีประวัติศาสตร์ที่เป็นรากฐานของชุมชน
และมีวิถีชีวิตที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
๔.)
มีผู้นำและชาวบ้านที่มีความพร้อม
โดยการมีผู้นำที่ได้รับการยอมรับ
และมีชาวบ้านที่พร้อมให้ความร่วมมือและเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน
๕.) มีกลุ่มองค์กรชุมชนที่เข้มแข็ง โดยการมีกลุ่มองค์กรชุมชนที่ประสานความร่วมมือกัน
๕.) มีกลุ่มองค์กรชุมชนที่เข้มแข็ง โดยการมีกลุ่มองค์กรชุมชนที่ประสานความร่วมมือกัน
และทำงานเพื่อประโยชน์ของชุมชน
๑.) ปัญหายาเสพติด เป็นปัญหาที่สำคัญที่สุด ซึ่งเป็นตัวทำลายศักยภาพเยาวชน และบั่นทอนความเข้มแข็งของชุมชน
๒.)
ปัญหาสิ่งแวดล้อม
ที่ก่อให้เกิดมลภาวะในชุมชน
๓.)
ปัญหาความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
ที่สร้างความหวาดระแวงต่อกัน และบั่นทอนความมั่นคงในชีวิตและทรัพย์สินของคนในชุมชน
๔.)
ปัญหาขาดสถานที่ออกกำลังกายและพื้นที่สร้างสรรค์
ที่เป็นอุปสรรคต่อการส่งเสริมสุขภาพชุมชน
๕.)
ปัญหาความขัดแย้ง
ที่บั่นทอนพลังความร่วมมือในการพัฒนาชุมชน
สถานการณ์ปัญหาชุมชน ดังที่กล่าวมา
เกิดจากการสะท้อนและระดมความคิดของคนใน
ชุมชน
ดังนั้นการรับรู้และตระหนักถึงปัญหาร่วมกัน จึงเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ไขและขจัดปัญหาเหล่านี้
ให้หมดไปจากชุมชน
๔. การจัดทำหลักสูตร โดยการวิเคราะห์ทุนชุมชน
และสถานการณ์ปัญหาชุมชนของผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา และปราชญ์ชาวบ้าน
แล้วสังเคราะห์เป็นหลักสูตรสำหรับการเรียนรู้ร่วมกันของคนในชุมชน
โดยหลักสูตรที่จัดทำขึ้นมีทั้งหมด ๕ หลักสูตร ได้แก่
๑. หลักสูตรครอบครัวอิสลาม มีเป้าหมายในการสร้างความเข้มแข็งแก่สถาบันครอบครัว เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชน เป็นเกราะป้องกันยาเสพติด เรียนรู้เนื้อหาเกี่ยวกับกฎหมายอิสลาม บทบาทสมาชิกในครอบครัว สิทธิและหน้าที่ของสมาชิกในครอบครัว และบทบาทของครอบครัวในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
๑. หลักสูตรครอบครัวอิสลาม มีเป้าหมายในการสร้างความเข้มแข็งแก่สถาบันครอบครัว เพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชน เป็นเกราะป้องกันยาเสพติด เรียนรู้เนื้อหาเกี่ยวกับกฎหมายอิสลาม บทบาทสมาชิกในครอบครัว สิทธิและหน้าที่ของสมาชิกในครอบครัว และบทบาทของครอบครัวในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด
๒.
หลักสูตรการจัดการขยะ
มีเป้าหมายในการจัดการขยะ เพื่อส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต
เรียนรู้เนื้อหาเกี่ยวกับความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับขยะ การจัดการขยะ
และการใช้ประโยชน์จากขยะ
๓.
หลักสูตรประวัติศาสตร์ชุมชน
มีเป้าหมายในการศึกษาประวัติศาสตร์ชุมชน
เพื่อสร้างความเข้าใจและความภาคภูมิใจต่อรากฐานและความเป็นมาของชุมชน
เรียนรู้เนื้อหาเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของชุมชน บุคคลสำคัญในอดีต
สถานที่
สำคัญ และเหตุการณ์สำคัญในอดีต
๔.
หลักสูตรฟัรดูกิฟายะห์
มีเป้าหมายในการเรียนรู้ฟัรดูกิฟายะห์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้จิตอาสาและการพึ่งพาอาศัยกัน
เรียนรู้เนื้อหาเกี่ยวกับฟัรดูกิฟายะห์ในชีวิตประจำวัน และขั้นตอนการจัดการศพ
๕.
หลักสูตรสิทธิ มีเป้าหมายในการเรียนรู้เรื่องสิทธิ
เพื่อการปกป้องสิทธิของตนเองและผู้อื่น เรียนรู้เนื้อหาเกี่ยวกับสิทธิชุมชน
สิทธิเพื่อนบ้าน และสิทธิมุสลิมต่อมุสลิม
๕. จัดทำสื่อประกอบหลักสูตร
โดยการจัดทำสื่อสำหรับใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตร ตัวอย่างสื่อที่จัดทำขึ้น เช่น
เอกสารประกอบหลักสูตร โมเดลบ่อหมักแก๊สชีวภาพ เป็นต้น
๖.
จัดการเรียนรู้ตามหลักสูตร โดยการจัดกิจกรรมบรรยายให้ความรู้
การสาธิต และการลงมือปฏิบัติตามความเหมาะสมของหลักสูตร ซึ่งจัดขึ้นตามลำดับดังนี้
๑.
หลักสูตรครอบครัวอิสลาม
เรียนรู้ผ่านกิจกรรมการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกคู่ครอง
สิทธิและหน้าที่ของสามี ภรรยา การครองเรือนและการหย่าร้าง บทบาทของครอบครัวในการป้องกันยาเสพติด
เป็นต้น
๒.
หลักสูตรฟัรดูกิฟายะห์
(จิตอาสา) เรียนรู้ผ่านกิจกรรมการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับ
ฟัรดูกิฟายะห์ในชีวิตประจำวัน
ความสำคัญของจิตอาสาในการพัฒนาชุมชน แนว
ปฏิบัติในการจัดการศพตามหลักการอิสลาม
ชมการสาธิต และลงมือปฏิบัติ
๓.
หลักสูตรประวัติศาสตร์ชุมชน
เรียนรู้ผ่านกิจกรรมการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของชุมชน
บุคคลและสถานที่สำคัญของชุมชน และภูมิปัญญาของชุมชน
๔.
หลักสูตรสิทธิ เรียนรู้ผ่านกิจกรรมการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิ
สิทธิชุมชน สิทธิของเพื่อนบ้าน และสิทธิของมุสลิมต่อมุสลิม การรักษาสิทธิของตนเองและผู้อื่น
๕.
หลักสูตรการจัดการขยะ
เรียนรู้ผ่านกิจกรรมการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการขยะในชีวิตประจำวัน
การคัดแยกขยะ การทำบ่อหมักแก๊สชีวภาพ ชมการสาธิต และลงมือปฏิบัติจริง
๗. พัฒนาหลักสูตร ปรับปรุงพัฒนาหลักสูตร และการขยายผล โดยการปรับปรุงเนื้อหาหนักสูตรให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น และขยายผลสู่การปฏิบัติในรูปแบบข้อตกลงร่วมกันของสมาชิกในชุมชน
๗. พัฒนาหลักสูตร ปรับปรุงพัฒนาหลักสูตร และการขยายผล โดยการปรับปรุงเนื้อหาหนักสูตรให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น และขยายผลสู่การปฏิบัติในรูปแบบข้อตกลงร่วมกันของสมาชิกในชุมชน
๑.)
การขยายผลหลักสูตรฟัรดูกิฟายะห์(จิตอาสา) ด้วยการมีข้อตกลงร่วมกันว่า
หากมีสมาชิกในชุมชนเสียชีวิต ให้ร่วมกันอาสาจัดการศพตามหลักการอิสลาม
ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนที่สำคัญ ได้แก่
การอาบน้ำศพ การห่อศพ การละหมาดศพ และการฝังศพ
๒.)
การขยายผลหลักสูตรการจัดการขยะ
ด้วยการส่งเสริมการคัดแยกขยะและการจัดทำบ่อหมักแก๊สชีวภาพในครัวเรือน
โดยครัวเรือนใดที่ต้องการทำบ่อหมักแก๊สชีวภาพ
จะมีวิทยากรจากทางโครงการคอยให้คำแนะนำและให้ความช่วยเหลือ
๓.) การขยายผลหลักสูตรประวัติศาสตร์ชุมชน
ด้วยการรวบรวมข้อมูลและจัดทำเอกสารข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชนที่เกี่ยวข้องกับประวัติความเป็นมาของชุมชน
บุคคลและสถานที่สำคัญของชุมชน และภูมิปัญญาของชุมชน จัดทำหอประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาชุมชน
จัดแสดงข้อมูลประวัติชุมชน และเครื่องมือเครื่องใช้ในอดีตของคนในชุมชน





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น